ยุคก่อตั้งพิบูลสงคราม (2464-2502)
- ARIT-PSRU-01
- Subfonds
37 results with digital objects Show results with digital objects
ยุคก่อตั้งพิบูลสงคราม (2464-2502)
พ.ศ. 2464 พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการประกาศใช้พระราชบัญญัติประถมศึกษา 2464 ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 38 เมื่อวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2464 ส่งผลให้โรงเรียนประจำมณฑลพิษณุโลก เพิ่มหลักสูตรประกาศนียบัตรประโยคครูมูล (ป) แก่นักเรียนชั้นมัธยม 5 และ 6 เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วสามารถเข้ารับราชการครูได้
มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
พ.ศ. 2469 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ได้เสด็จฯ มณฑลพิษณุโลก โดยได้ทรงเปิดอาคารเรียนโรงเรียนฝึกหัดครูประจำมณฑลพิษณุโลก พร้อมทั้งพระราชทานนามโรงเรียนว่า “โรงเรียนพิษณุวิทยายน” เมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2469 และครูใหญ่โรงเรียนฝึกหัดครูประจำมณฑลคนแรก คือ นายโสภา ปาลบุตร ต่อมา พ.ศ. 2476 – 2477 จึงได้เพิ่มหลักสูตรประกาศนียบัตรประโยคครูจังหวัด (ว) หากสอบได้และศึกษาต่ออีก 1 ปี เมื่อสอบผ่านจะได้รับประกาศนียบัตรประโยคครูมูล และสามารถบรรจุเข้ารับราชการครู
พ.ศ. 2476 โรงเรียนฝึกหัดครูประจำมณฑลพิษณุโลก “พิษณุวิทยายน” ซึ่งเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูชาย ย้ายไปตั้งที่บริเวณสระแก้ว ปัจจุบันคือที่ตั้งโรงพยาบาลพุทธชินราช และในปีเดียวกันกระทรวงธรรมการเปิดแผนกฝึกหัดครูหญิงในโรงเรียนสตรีประจำมณฑลพิษณุโลก ปัจจุบัน คือ โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี เปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรประโยคครูมูล (ป) และปี พ.ศ. 2477 เปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรประโยคครูจังหวัด (ว) โดยมีครูใหญ่คนแรกชื่อ นางสาวสังวาลย์ ศุขโรจน์ ต่อมา พ.ศ. 2482 ได้ยุบโรงเรียนฝึกหัดครู “พิษณุวิทยายน” ให้นักเรียนครูชายไปเรียนที่โรงเรียนฝึกหัดครูจังหวัดอุตรดิตถ์
พ.ศ. 2486 แยกแผนกฝึกหัดครูออกจากโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี ใช้ชื่อว่า “โรงเรียนฝึกหัดครูพิษณุโลก” สังกัดกรมวิสามัญศึกษา ในปี พ.ศ. 2497 กระทรวงศึกษาธิการได้ตั้งกรมการฝึกหัดครูขึ้น จึงโอนโรงเรียนสตรีฝึกหัดครูพิษณุโลกไปสังกัดกรมการฝึกหัดครู และปรับปรุงหลักสูตรเป็นประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา (ป.กศ.) โดยมีนางสาวประเยาว์ รังสิคุต เป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี และรักษาการโรงเรียนฝึกหัดครูสตรี
พ.ศ. 2498 รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี อนุมัติงบประมาณกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จำนวนห้าล้านบาท สร้างโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรีแห่งใหม่ในที่ดินราชพัสดุ เล่มที่ 7326 พื้นที่ 9 ไร่ 2 งาน 88 ตารางวา บริเวณส่วนวังจันทน์ปัจจุบัน แต่โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรีไม่ได้ย้ายมา ทางการจึงมอบอาคารใหม่ให้แก่โรงเรียนสตรีฝึกหัดครูเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2499 และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “โรงเรียนฝึกหัดครูพิบูลสงคราม” เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2499 ต่อมาเปิดสอนสหศึกษา ระดับประกาศนียบัตร วิชาการศึกษา (ป.กศ.) ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2500 โดยมีนางสาวประเยาว์ รังสิคุต เป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนฝึกหัดครูพิบูลสงครามคนแรก
พ.ศ. 2501 โรงเรียนฝึกหัดครูพิบูลสงครามขยายพื้นที่ โดยกรมการฝึกหัดครูซื้อกรรมสิทธิ์ที่ดินของโรงเรียนการช่างเพิ่มเติม 13 ไร่ 2 งาน 62 ตารางวา และได้เปิดสอนระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา (ป.กศ.) และประกาศนียบัตรชั้นสูง (ป.กศ.สูง) และต่อมา พ.ศ. 2502 ได้ซื้อที่ดินของกองทัพอากาศ จำนวน 120 ไร่ เรียกกันว่า “โรงเรียนฝึกหัดครูพิบูลสงคราม ส่วนสนามบิน”
พ.ศ. 2503 โรงเรียนฝึกหัดครูพิบูลสงคราม ยกฐานะเป็น “วิทยาลัยครูพิบูลสงคราม” พร้อมเปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง (ป.กศ.สูง) และเริ่มก่อสร้างโรงเรียนสาธิตวิทยาลัยครูพิบูลสงครามเพื่อเป็นสถานที่เพิ่มพูนประสบการณ์ทางวิชาชีพครู ซึ่งในปี พ.ศ. 2505 โรงเรียนสาธิตวิทยาลัยครูพิบูลสงครามได้รับอนุมัติให้เปิดสอนในระดับชั้นประถมศึกษา
มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
พ.ศ. 2504 ได้ยกฐานะเป็นวิทยาลัยครูพิบูลสงคราม เปิดการศึกษาชั้นประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง (ป.กศ.สูง) มีอาจารย์ชิดชม กาญจนโชติ เป็นอาจารย์ใหญ่
มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
พ.ศ. 2510 กรมการฝึกหัดครูเร่งรัดการผลิตครู ส่งผลให้วิทยาลัยครูพิบูลสงคราม เปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรครูประถม (ป.ป.) โดยรับนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษา 5 – 6 เข้าศึกษาต่อในหลักสูตรประกาศนียบัตรครูประถม (ป.ป.) อีก 1 ปี
มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
พ.ศ. 2511 มีการเปลี่ยนตำแหน่งหัวหน้าสถานศึกษาจากอาจารย์ใหญ่เป็นผู้อำนวยการ และเป็นจุดเริ่มต้นที่วิทยาลัยครูพิบูลสงครามจะขยายพื้นที่สถานศึกษาสู่บริเวณส่วนทะเลแก้ว โดยมีอาจารย์ชิดชม กาญจนโชติ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ
มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
พ.ศ. 2517 วิทยาลัยครูพิบูลสงครามเปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรีเอกภาษาไทย และต่อมาในปี พ.ศ. 2518 รัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู โดยมีสภาการฝึกหัดครูทำหน้าที่กำหนดนโยบายควบคุมการบริหารงานในวิทยาลัยครูทั่วประเทศ พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อตำแหน่งหัวหน้าสถานศึกษาเป็นอธิการวิทยาลัยครู โดยการบริหารงานของ วิทยาลัยฯ จัดเป็นคณะวิชาและสำนักหรือศูนย์ที่เทียบเท่าคณะวิชา
มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
พ.ศ. 2512 วิทยาลัยครูพิบูลสงครามเปิดสอนภาคนอกเวลาเรียน (ภาคค่ำ) โดยรับผู้สำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษา 5 หรือเทียบเท่า เข้าศึกษาต่ออีก 6 เดือน ในหลักสูตรประกาศนียบัตรครูประถม (ป.ป.)
มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
พ.ศ. 2519 สภาการฝึกหัดครูประกาศยกเลิกหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา (ป.กศ.) วิทยาลัยครูพิบูลสงครามจึงจัดการศึกษา 2 ระดับ คือ ระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง (ป.กศ.สูง) และระดับปริญญาตรี โดยผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจะได้ปริญญาครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.เจริญผล สุวรรณโชติ ดำรงตำแหน่งอธิการ
พ.ศ. 2535 รศ.ดร. มังกร ทองสุขดี มาดำรงตำแหน่งอธิการวิทยาลัยครูพิบูลสงคราม มีการย้ายคณะวิชาวิทยาการจัดการไปจัดการเรียนการสอนที่อาคารอเนกประสงค์ (เวียงแก้ว) เป็นปีแรก พร้อมทั้งเริ่มมีรถประจำทางวิ่งรับส่งนักศึกษาระหว่างวิทยาลัยครูพิบูลสงคราม ส่วนวังจันทน์ ถึงวิทยาลัยครูพิบูลสงคราม ส่วนทะเลแก้ว
พ.ศ. 2533 – 2534 มีการก่อสร้างวิทยาลัยครูพิบูลสงคราม ส่วนทะเลแก้วเพิ่มเติม ได้แก่ การสร้างอาคารอเนกประสงค์ (เวียงแก้ว) อาคารเรียนรวม (อาคารพระปกเกล้า) สนามบาสเกตบอล สนามวอลเลย์บอล สนามตะกร้อ และติดป้ายชื่อถนนในทะเลแก้ว โดยมี คณาจารย์ บุคลากรของวิทยาลัย และนักศึกษาร่วมกันปลูกต้นไม้ภายในวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2534 รองศาสตราจารย์ ดร.มังกร ทองสุขดี ดำรงตำแหน่งอธิการ
พ.ศ. 2532 มีการก่อสร้างอาคารคณะวิชาเกษตรและอุตสาหกรรม อาคารหอนอน อาคารเลี้ยงไก่ สุกร โรงเรือนโคนม ศาลารัชมังคลาภิเษก พร้อมทั้งจัดปรับปรุงพื้นที่ทดลองการเกษตรก้าวหน้า “ฟาร์มวิทยาลัย” และในปีเดียวกันนี้ ได้ให้นักศึกษาภาคปกติบางส่วนเริ่มเรียนที่วิทยาลัยครูพิบูลสงคราม ส่วนทะเลแก้ว
พ.ศ. 2531 มีการทำแผนแม่บท พ.ศ. 2531 – 2540 เพื่อพัฒนามหาวิทยาลัยโดยกำหนดแนวคิดให้วิทยาลัยครูพิบูลสงคราม ส่วนวังจันทน์ เป็นที่ตั้งของคณะวิชาครุศาสตร์และโรงเรียนสาธิตวิทยาลัยครูพิบูลสงคราม ส่วนบริเวณทุ่งทะเลแก้วให้เป็นที่ตั้งของคณะวิชาอื่น ๆ พร้อมทั้งได้ดำเนินการให้เป็นไปตามแผนแม่บทที่วางไว้ ได้แก่ การก่อสร้างถนนภายในทุ่งทะเลแก้ว ปรับปรุงระบบไฟฟ้า ประปา และปลูกต้นไม้สองข้างทางเพิ่มเติม
พ.ศ. 2530 ยกเลิกโครงการอบรมครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำการ (อคป.) โดยเปลี่ยนเป็นโครงการศึกษาสำหรับบุคลากรประจำการ (กศ.บป.) จัดการศึกษาระดับอนุปริญญาและปริญญาตรี เรียนในวันเสาร์และวันอาทิตย์
พ.ศ. 2527 มีการแก้ไขพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู โดยกำหนดให้วิทยาลัยครูเป็นสถาบันการศึกษาและวิจัย มีวัตถุประสงค์ให้การศึกษาวิชาการสาขาครุศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และศิลปศาสตร์ ส่งผลให้วิทยาลัยครูพิบูลสงครามเปิดคณะวิชาเพิ่มรวมเป็น 5 คณะวิชา คือ ครุศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วิทยาการจัดการ เกษตรและอุตสาหกรรม รวมถึงมีสำนักงานอธิการและหน่วยงานเพื่อส่งเสริมวิชาการเกิดขึ้น
พ.ศ. 2525 วิทยาลัยครูพิบูลสงครามส่วนทะเลแก้ว ได้จัดตั้ง “ศูนย์ขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผล งานสาธิตฝึกอบรม และส่งเสริมอาชีพราษฎรตามพระราชดำริหน่วยขยายพันธุ์ส้มโอ” และในปีเดียวกันนี้ได้เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินกองทัพอากาศตกบริเวณอาคาร 1 ของโรงเรียนสาธิตพิบูลสงคราม ส่วนวังจันทน์ ทำให้อาคารเรียนได้รับความเสียหายบางส่วน และกองทัพอากาศได้จัดสรรงบประมาณในการสร้างอาคารโรงเรียนสาธิตหลังใหม่ที่ส่วนวังจันทน์ ใช้ชื่อว่า “อาคารอนุสรณ์”
พ.ศ. 2524 วิทยาลัยครูพิบูลสงครามได้รับอนุมัติจากสำนักนายกรัฐมนตรีให้ใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์บริเวณทุ่งทะเลแก้ว จำนวน 1,000 ไร่ เพื่อเตรียมขยายพื้นที่สถานศึกษา โดยมีโครงการใช้ที่ดินระยะแรก 400 ไร่
พ.ศ. 2522 เริ่มโครงการอบรมครูและบุคลากรการศึกษาประจำการ (อคป.) โดยเปิดอบรมบุคลากรการศึกษาประจำการในวันเสาร์และวันอาทิตย์ ทั้งระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา (ป.กศ.) ประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง (ป.กศ.สูง) และปริญญาตรี
พ.ศ. 2546 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ดร.สว่าง ภู่พัฒน์วิบูลย์ เป็นอธิการบดีสถาบันราชภัฏพิบูลสงครามแทน รองศาสตราจารย์ประวิตร ชูศิลป์ ที่ครบวาระการดำรงตำแหน่งอธิการบดี