Showing 77 results

Archival description
Advanced search options
Print preview Hierarchy View:

37 results with digital objects Show results with digital objects

พ.ศ. 2498

พ.ศ. 2498 รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี อนุมัติงบประมาณกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จำนวนห้าล้านบาท สร้างโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรีแห่งใหม่ในที่ดินราชพัสดุ เล่มที่ 7326 พื้นที่ 9 ไร่ 2 งาน 88 ตารางวา บริเวณส่วนวังจันทน์ปัจจุบัน แต่โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรีไม่ได้ย้ายมา ทางการจึงมอบอาคารใหม่ให้แก่โรงเรียนสตรีฝึกหัดครูเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2499 และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “โรงเรียนฝึกหัดครูพิบูลสงคราม” เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2499 ต่อมาเปิดสอนสหศึกษา ระดับประกาศนียบัตร วิชาการศึกษา (ป.กศ.) ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2500 โดยมีนางสาวประเยาว์ รังสิคุต เป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนฝึกหัดครูพิบูลสงครามคนแรก

พ.ศ. 2517

พ.ศ. 2517 วิทยาลัยครูพิบูลสงครามเปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรีเอกภาษาไทย และต่อมาในปี พ.ศ. 2518 รัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู โดยมีสภาการฝึกหัดครูทำหน้าที่กำหนดนโยบายควบคุมการบริหารงานในวิทยาลัยครูทั่วประเทศ พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อตำแหน่งหัวหน้าสถานศึกษาเป็นอธิการวิทยาลัยครู โดยการบริหารงานของ       วิทยาลัยฯ จัดเป็นคณะวิชาและสำนักหรือศูนย์ที่เทียบเท่าคณะวิชา

มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม

พ.ศ. 2476

พ.ศ. 2476 โรงเรียนฝึกหัดครูประจำมณฑลพิษณุโลก “พิษณุวิทยายน” ซึ่งเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูชาย ย้ายไปตั้งที่บริเวณสระแก้ว ปัจจุบันคือที่ตั้งโรงพยาบาลพุทธชินราช และในปีเดียวกันกระทรวงธรรมการเปิดแผนกฝึกหัดครูหญิงในโรงเรียนสตรีประจำมณฑลพิษณุโลก ปัจจุบัน คือ โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี เปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรประโยคครูมูล (ป) และปี พ.ศ. 2477 เปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรประโยคครูจังหวัด (ว) โดยมีครูใหญ่คนแรกชื่อ นางสาวสังวาลย์ ศุขโรจน์ ต่อมา พ.ศ. 2482 ได้ยุบโรงเรียนฝึกหัดครู “พิษณุวิทยายน” ให้นักเรียนครูชายไปเรียนที่โรงเรียนฝึกหัดครูจังหวัดอุตรดิตถ์

พ.ศ. 2503

พ.ศ. 2503 โรงเรียนฝึกหัดครูพิบูลสงคราม ยกฐานะเป็น “วิทยาลัยครูพิบูลสงคราม” พร้อมเปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง (ป.กศ.สูง) และเริ่มก่อสร้างโรงเรียนสาธิตวิทยาลัยครูพิบูลสงครามเพื่อเป็นสถานที่เพิ่มพูนประสบการณ์ทางวิชาชีพครู ซึ่งในปี พ.ศ. 2505 โรงเรียนสาธิตวิทยาลัยครูพิบูลสงครามได้รับอนุมัติให้เปิดสอนในระดับชั้นประถมศึกษา

มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม

พ.ศ. 2486

พ.ศ. 2486 แยกแผนกฝึกหัดครูออกจากโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี ใช้ชื่อว่า “โรงเรียนฝึกหัดครูพิษณุโลก” สังกัดกรมวิสามัญศึกษา ในปี พ.ศ. 2497 กระทรวงศึกษาธิการได้ตั้งกรมการฝึกหัดครูขึ้น จึงโอนโรงเรียนสตรีฝึกหัดครูพิษณุโลกไปสังกัดกรมการฝึกหัดครู และปรับปรุงหลักสูตรเป็นประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา (ป.กศ.) โดยมีนางสาวประเยาว์ รังสิคุต เป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี และรักษาการโรงเรียนฝึกหัดครูสตรี

พ.ศ. 2501

พ.ศ. 2501 โรงเรียนฝึกหัดครูพิบูลสงครามขยายพื้นที่ โดยกรมการฝึกหัดครูซื้อกรรมสิทธิ์ที่ดินของโรงเรียนการช่างเพิ่มเติม 13 ไร่ 2 งาน 62 ตารางวา และได้เปิดสอนระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา (ป.กศ.) และประกาศนียบัตรชั้นสูง (ป.กศ.สูง) และต่อมา พ.ศ. 2502 ได้ซื้อที่ดินของกองทัพอากาศ จำนวน 120 ไร่ เรียกกันว่า “โรงเรียนฝึกหัดครูพิบูลสงคราม ส่วนสนามบิน”

พ.ศ. 2519

พ.ศ. 2519 สภาการฝึกหัดครูประกาศยกเลิกหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา (ป.กศ.) วิทยาลัยครูพิบูลสงครามจึงจัดการศึกษา 2 ระดับ คือ ระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง (ป.กศ.สูง) และระดับปริญญาตรี โดยผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจะได้ปริญญาครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.เจริญผล สุวรรณโชติ ดำรงตำแหน่งอธิการ

พ.ศ. 2550

พ.ศ. 2550 เริ่มใช้อาคารปฏิบัติการคณะเทคโนโลยีการเกษตรและอาหาร อาคารปฏิบัติการคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม อาคารเรียนรวม และสำนักงานอธิการบดี และใช้หลักสูตรปรับปรุงให้เป็นหลักสูตรของมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามเป็นปีแรก เฉพาะนักศึกษาภาคปกติ ระดับปริญญาตรี จำนวน 28 หลักสูตร และขออนุมัติเปิดหลักสูตรใหม่ระดับปริญญาโท หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร เพื่อเปิดสอนในปีการศึกษา 2551

พ.ศ. 2527

พ.ศ. 2527 มีการแก้ไขพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู โดยกำหนดให้วิทยาลัยครูเป็นสถาบันการศึกษาและวิจัย มีวัตถุประสงค์ให้การศึกษาวิชาการสาขาครุศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และศิลปศาสตร์ ส่งผลให้วิทยาลัยครูพิบูลสงครามเปิดคณะวิชาเพิ่มรวมเป็น 5 คณะวิชา คือ ครุศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วิทยาการจัดการ เกษตรและอุตสาหกรรม รวมถึงมีสำนักงานอธิการและหน่วยงานเพื่อส่งเสริมวิชาการเกิดขึ้น

พ.ศ. 2542

พ.ศ. 2542 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ รัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ทำให้สถาบันราชภัฏจำเป็นต้องเปลี่ยนสถานะให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการจึงได้เตรียมการยกร่าง พระราชบัญญัติให้เป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ โดยมีนามของสถาบันราชภัฏต่อท้ายชื่อมหาวิทยาลัย

พ.ศ. 2533-2534

พ.ศ. 2533 – 2534 มีการก่อสร้างวิทยาลัยครูพิบูลสงคราม ส่วนทะเลแก้วเพิ่มเติม ได้แก่ การสร้างอาคารอเนกประสงค์ (เวียงแก้ว) อาคารเรียนรวม (อาคารพระปกเกล้า) สนามบาสเกตบอล สนามวอลเลย์บอล สนามตะกร้อ และติดป้ายชื่อถนนในทะเลแก้ว โดยมี คณาจารย์ บุคลากรของวิทยาลัย และนักศึกษาร่วมกันปลูกต้นไม้ภายในวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2534 รองศาสตราจารย์ ดร.มังกร ทองสุขดี ดำรงตำแหน่งอธิการ

พ.ศ. 2547 – 2548

พ.ศ. 2547 – 2548 มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม มีอธิการบดีคนแรก คือ ดร.สว่าง ภู่พัฒน์วิบูลย์ และมีนายกสภามหาวิทยาลัยคนแรก คือ ร้อยตรีประพาส ลิมปะพันธุ์

100 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม

  • ARIT-PSRU
  • Fonds
  • 06-08-2566

“มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม” เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพทางวิชาการตรงตามมาตรฐานการผลิตบัณฑิต สามารถเปิดสอนทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 มาตรา 7 บัญญัติให้มหาวิทยาลัยราชภัฏเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นที่เสริมพลังปัญญาของแผ่นดิน ฟื้นฟูพลังการเรียนรู้ เชิดชูภูมิปัญญาของท้องถิ่น สร้างสรรค์ศิลปวิทยาเพื่อความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนของปวงชน มีส่วนร่วมในการบำรุงรักษา ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล รวมระยะเวลา 100 ปี ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ได้พัฒนาการศึกษา การเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม การผลิตครูและบัณฑิตนักปฏิบัติ สร้างสรรค์เทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่สังคม น้อมนำคุณธรรมจริยธรรมตามแนวพระราชดำริ เป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นและสังคม สู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่องสืบไป (มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, 2565, น.19-27)

มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม

พ.ศ. 2538

พ.ศ. 2538 สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. สถาบันราชภัฏ และได้ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2538 โดยมีนายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2538 ต่อมาวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2538 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทาน “ตราพระราชลัญจกร” ให้เป็นตราสัญลักษณ์ของสำนักงานสภาสถาบันราชภัฏและสถาบันราชภัฏ 36 แห่ง และแต่ละแห่งมีการแบ่งส่วนราชการออกเป็นสำนักงานอธิการบดี บัณฑิตวิทยาลัย คณะ สำนัก และหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ จึงส่งผลให้มีการเปลี่ยนตำแหน่งผู้บริหารจากอธิการเป็นอธิการบดีที่ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งโดยคำแนะนำของคณะกรรมการสภาสถาบันราชภัฏ คือ ดร.สว่าง ภู่พัฒน์วิบูลย์ ดำรงตำแหน่งอธิการบดี (คนแรก)

Results 1 to 26 of 77